วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

การใช้ Articles a, an, the

            
    คำ article แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
                 
A. Indefinite Article ได้แก่  a, an   (  ใช้กับคำนามนับได้ที่ไม่เจาะจง  )
          B. Definite Article ได้แก่  the              (  ใช้กับคำนามนับได้ที่เจาะจง  )

                  

     

A. Indefinite Article ได้แก่  a, an

 

  หลักการใช้ a, an                                                                                                       


1. ใช้ an นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ a, e, i, o,u หรือออกเสียงสระไม่ว่าจะเขียนขึ้นต้น
   ด้วยพยัญชนะก็ตามเช่น an elephant, an hour, an umbrella, an apple 

2. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่นับได้เสมอที่มีความหมายเป็น"หนึ่ง"


                     She has a dog.
                     Give me an apple.
                     Thisis a durian.                                                                                                                     

3.   ใช้a, an นำหน้าคำที่บอกอาชีพ                      

                      I  am a student .
                      I want to be a teacher.

4. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ที่แปลเป็นต่อ...(หน่วย)               

                      Oranges  cost 50 baht a kilogram.

5. ใช้ a กับการเจ็บไข้ได้ป่วยเช่น


                      a stomachache, a headache, a fever
                      I ate somtam at lunch and now I have a stomachache.

 6. ใช้ a, an ในประโยคอุทานตามหลัง what เช่น


       What is this  ?      It’s a pear.    

                                                                                           

   เราจะไม่ใช้ a, an กับสิ่งต่อไปนี้ 
                  

 1.กับคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable nouns)
                  

 2.ไม่ใช้นำหน้าชื่อวิชา ชื่อกีฬา ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ชื่อมหาวิทยาลัย
                 

 3.ไม่ใช้หน้าคำที่เป็นมื้ออาหาร breakfast, lunch, dinner

 


B. Definite Article ได้แก่ the

หลักการใช้ the

1. ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ที่เป็นการชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าคนไหนอันไหน สิ่งไหน


2 ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียว 

              the sun, the moon,thesky   

                                           

3. ใช้ the นำหน้าชื่อครอบครัวเช่น
              The Browns, The Lees

 

4. ตามปกติเราใช้ the นำหน้าชื่อหนังสือพิมพ์เช่น
              The Nation, The Times, The Sun

             

5. ใช้ the กับชื่อ สถานที่                                                   
                                 ทะเล     the Pacific
                                 เทือกเขา the Himalayas
                                 แม่นํ้า the   Mississippi
                                 ทะเลทราย the Sahara
                                โรงแรม the Plaza  Hotel
                                โรงหนังโรงละคร the Playhouse
                                 พิพิธภัณฑ์     the  National   Museum
                  ชื่อประเทศที่มีคำว่า     Republic   , Kingdom , State

 

6. ใช้ the เมื่อเราพูดโดยทั่วไปในเรื่องเครื่องดนตรี


                         the piano
                     I play theguitar.      

                                                                           

7. ใช้ the ก่อนคำว่า same        

              

         Your shirt is the same color as mine.

 

 8. ใช้ the + คำคุณศัพท์เมื่อกล่าวถึงกลุ่มบุคคลเป็นพิเศษ
                        the rich, the sick, the poor

 

 9. ใช้ the กับคำนามที่เราได้กล่าวมาแล้วทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่ากำลังคิดถึงสิ่งใด


 

      

 

การใช้ Adverbs


Adverbs

(คำกริยาวิเศษณ์)

เป็นคำที่ใช้ขยายกริยาเพื่อบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกริยานั้น

 


ตัวอย่างเช่น


- He walks slowly.   (

เขาเดินช้า)
- She speaks loudly.  (
เธอพูดดัง)


Adverbs มีประเภท   คือ


1.Adverbs of Manner 

         เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้ขยายกริยาบอกลักษณะของ
         การกระทำอย่างไรกลุ่มคำนี้มักมาจากคำadjectiveแล้วเติม ly         เช่น slow - slowly ,careful -carefully, brave - bravely,etc.


ตัวอย่างประโยค


-He sits quietly in that room.  (เขานั่งอยู่ในห้องนั้นอย่างเงียบๆ)


วิธีใช้


วางไว้หลังกริยาหรือหลังกรรม   ตัวอย่าง  เช่น


- He speaks slowly.  (
เขาพูดช้า)
- He speaks English slowly.  (
เขาพูดภาษาอังกฤษอย่างช้า)

2.Adverbs of Place

   เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้ขยายกริยา เพื่อบอกถึงสถานที่ที่การกระทำนั้นเกิดขึ้นเช่น
  here , there , inside , near , upstairs , etc.

ตัวอย่างประโยค

-He is sleeping there. (
เขากำลังนอนหลับอยู่ที่นั่น )

วิธีใช้
วางไว้หลังกริยาหรือท้ายประโยค   ตัวอย่าง   เช่น

- They like to play outdoors. (เขาทั้งหลายชอบเล่นกลางแจ้ง)

3. Adverbs of Time
เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายกริยาเพื่อบอกเวลาที่มีการกระทำนั้นๆเกิดขึ้น
เช่น today , now , early , soon , tomorrow again, etc.

ตัวอย่างประโยค

- I will come back soon. ( ฉันจะกลับมาเร็วๆนี้ )
วิธีใช
วางไว้หลังกริยาหรือท้ายประโยค ยกเว้นเมื่อต้องการเน้นเวลาจึงวางไว้หน้าประโยค
ตัวอย่างเช่น

- He will arrive soon.  (
เขาจะมาถึงเร็วๆนี้)
- Yesterday he came here. (
เขามาที่นี่เมื่อวานนี้)

4. Adverbs of Frequency

เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้ขยายคำกริยาเพื่อบอกให้รู้ว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน
เช่น often, never , always , sometimes , usually, etc.

ตัวอย่างประโยค

-I always miss him.  (ฉันคิดถึงเขาเสมอ)
-He never comes here.  (
เขาไม่เคยมาที่นี่)

วิธีใช้
1. วางไว้หน้าคำกริยาตัวอย่างเช่น
- He often comes late.  (เขามาสายบ่อยๆ)

2. วางไว้หลัง verb to be เช่น
- He is never late.  (
เขาไม่เคยสาย)


การใช้ Adjective

การใช้ Adjective



Adjective

(คำคุณศัพท์ )เป็นคำขยายคำนามหรือสรรพนามเพื่อบอก
ให้รู้ลักษณะว่าคำนามหรือสรรพนามนั้นเป็นอย่างไร

ตัวอย่างเช่น
- He is clever. ( เขาฉลาด )
- She is poor.  (เขายากจน)
- The girl is beautiful. (
เด็กผู้หญิงคนนั้นสวย)

Adjectives มี  2 ประเภทใหญ่ๆคือ

   1.Descriptive adjectives           เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกรู้ลักษณะ ขนาด สี หรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง
           เช่น foolish , big, small, rich ,etc.

ตัวอย่างประโยค



 
- They live in a big house.  (เขาทั้งหลายอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่)
          - She has a small car.  ( เธอมีรถเก๋งคันเล็ก)

วิธีใช้
1. วางไว้หน้าคำนามตัวอย่างเช่น
      -This is a fat man.  (
นี่คือผู้ชายอ้วน)

2.
วางไว้หลัง verb to be ตัวอย่างเช่น

     - This man is fat.


2. Determinative adjectives       เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับคำนาม
เช่น บอกจำนวน บอกปริมาณ หรือบอกว่าเป็นอันนี้ อันนั้น บอกเจ้าของ(แต่ไม่บอกลักษณะ )       เช่น this, that , some, any , his , her, etc.

ตัวอย่างประโยค


 
     -This book is cheap.  (หนังสือเล่มนี้ราคาถูก)
     -My house is near the shop. (
บ้านของฉันอยู่ใกล้กับร้านขายของ)

วิธีใช้

วางไว้หน้าคำนาม    ตัวอย่างเช่น


- That boy is my son .   (
เด็กผู้ชายคนนั้นคือลูกชายของฉัน )



 

การใช้ some และ any

ทั้ง some และ any มีความหมายว่า "บ้าง" แต่ใช้แตกต่างกันดังนี้ 

 anyone anybody ใช้กับคำถาม กับปฏิเสธ
someone somebody ใช้กับบอกเล่า

1. some ใช้กับ ประโยคบอกเล่า ใช้ได้ทั้งกับนามนับได้และนามนับไม่ได้ เช่น

I have some pens. (ฉันพอจะมีปากกาบ้าง)
John wants some water. (John ต้องการน้ำบ้าง)

There are some books on the table. (มีปากกาอยู่บนโต๊ะบ้าง)
There is some sugar in the bowl. (มีน้ำตาลทรายอยู่ในชามบ้าง)

2. any ใช้กับ

2.1 ประโยคปฏิเสธ ใช้ได้ทั้งกับนามนับได้และนามนับไม่ได้ แต่ความหมายจะเปลี่ยนเป็น
 
"ไม่ ______ เลย" เช่น

I don't have any pens. (ฉันไม่มีปากกาเลยสักด้าม)
John doesn't want any water. (John ไม่ต้องการน้ำเลย)
There aren't any pencils under the table. (ไม่มีดินสออยู่ใต้โต๊ะเลยสักแท่ง)
There isn't any tea in the cup. (ไม่มีน้ำชาอยู่ในถ้วยเลย)

2.2 ประโยคคำถาม ใช้ได้ทั้งกับนามนับได้และนามนับไม่ได้ แต่ความหมายจะเปลี่ยนเป็น


"_______ บ้างไหม" เช่น
Do you have any pens? (คุณมีปากกาบ้างไหม)
Does John want any water? (John ต้องการน้ำบ้างไหม)
Are there any books in the schoolbag? (มีหนังสืออยู่ในกระเป๋าเรียนบ้างไหม)